วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

"MonaVie" Number 1 Binary in the world!



สวัสดีครับสมาชิกทีม Win Power ทุกท่าน

เร็วๆนี้ผมได้อ่าน Leader Time ฉบับวันที่ 16 ตุลาคม 2554 พาดหัวตัวใหญ่ๆ "ยอดขายรวมการตลาดตรงทั่วโลก120,000ล้านเหรียญ" ซึ่งรวบรวมเรื่องราวการประชุมของสมาพันธ์การขายตรง หรือ DSA ครั้งล่าสุด ที่ประเทศตุรกีเป็นเจ้าภาพ เป็นเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นครับ ปีที่ผ่านมานี้ วงการขายตรงของเรา(ซึ่งผมชอบที่จะเรียกว่าการตลาดแบบตรงมากกว่า)มียอดขายรวมทั่วโลกไปถึงกว่าหนึ่งแสนสองหมื่นล้านเหรียญ และที่น่ายินดีมากยิ่งกว่า นั่นคือเรามี อัตราการเจริญเติบโตสูงกว่าฝั่งของตลาดค้าปลีกแบบขาดรอยเลย

ในฉบับนี้ได้มีการรวบรวมจัดอันดับบริษัทในกลุ่มการตลาดตรง ที่มียอดขายมากที่สุดในโลก 20 อันดับแรกซึ่งก็ตรงกับที่ผมได้ดูสรุปใน Direct Selling News Global 100 Companies 2010 ครับ ทีมงานเราหลายคนถามผมบ่อยว่า คุณกวิน บริษัทอเมริกานั้นเป็นไง? บริษัทนี้เป็นไง? เค้าว่าเค้าเป็นอันดับ1บ้าง?  ว่าเป็นไบนารี่เบอร์1บ้าง? แล้วโมนาวีเราล่ะ เป็นที่เท่าไหร่ โมนาวีเราเป็นเบอร์1ไหม  โมนาวีเราสู้เค้าได้มั้ย? ต้องบอกว่าตอบยากครับ เพราะคำถามหรือสิ่งที่พูดกันเหล่านี้ไม่ได้ชีชัดว่าเบอร์ 1 เรื่องอะไร เอาอะไรมาชี้วัด จะตอบก็คงดูไม่เป็นกลาง เข้าข้างตัวเอง ท่านละครับเคยได้ยินเรื่องราวคำถามเหล่านี้ หรือเคยนึกสงสัยมาก่อนบ้างมั้ย ก่อนที่ผมจะตัดสินใจเปิดตลาดให้กับโมนาวีในเมืองไทยเป็นคนแรก มีแหล่งข้อมูลหนึ่งที่ผมนำมาประกอบการตัดสินใจ นั่นคือ "ยอดจำหน่ายครับ" ยอดจำหน่ายบอกเราได้หลายอย่าง การที่จะเป็นบริษัทในกลุ่มการตลาดตรง ที่มียอดจำหน่ายระดับสูงๆ เป็นร้อยๆพันๆล้านต่อปีนั้น มีองค์ประกอบมากเสียยิ่งกว่าการมีสินค้าที่ยอดเยี่ยมอย่างเดียว แต่รวมไปถึง การมีจริยธรรม ผู้บริหารที่มีศักยภาพรู้ลึกรู้จริงในการตลาดแบบตรง ,ศักยภาพเงินทุน,ศักยภาพของนักธุรกิจ(Distributor)ของบริษัท , อายุในการทำตลาด ยิ่งอยู่มานานแต่พัฒนาเสมอเปิดตลาดใหม่ๆ ยอดก็สูงกว่าเพื่อน และองค์ประกอบปลีกย่อยอีกมากมายเลยครับ ดังนั้นผมจึงเชื่อมั่นในตัวเลขยอดจำหน่าย ว่าวัดดีกรีฝีมือคุณภาพของบริษัทนั้นได้มากกว่าการจัดอันดับด้วยวิธีการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการVote ว่ารักว่าชอบบริษัทไหน หรือ อัตราการเติบโตแรงสุดเร็วสุด เพราะแบบแรงต้นและร่วงปลายมีเยอะเลยครับ และผมตอบได้หากท่านถามว่า "กวิน โมนาวียอดขายอยู่ระดับใดในโลก?" วันนี้จึงขออนุญาตเอาบริษัทการตลาดแบบตรง(หรือที่เค้าเรียกกันว่าขายตรงน่ะครับ) ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลกในกลุ่มของพันล้านเหรียญหรือที่เรียกว่า The Billion Club มาให้ดูกันแบบเจาะลึกครับ และก็จะได้เห็นว่าโมนาวีเราอยู่ในฐานะระดับไหนเมื่อเทียบกับน้องๆพี่ๆในวงการ

Direct Selling News Global 100 Companies 2010


1. Avon Products, Inc

แชมป์ตลอดกาลของโลกครับ เอ่ยชื่อ เอวอน เชื่อว่าทุกท่านรู้จักกันดีครับ อดีตทำตลาดรูปแบบ ขายตรงชั้นเดียว มีอยู่ช่วงหนึ่งยอดตกลงไป ตอนนี้ปรับมาทำตลาดแบบ MLM  เอวอนรักษาแชมป์มาได้หลายปี
ด้วยยอดจำหน่ายปี 2010 ที่ผ่านมา ทะลุไปถึงหมื่นกว่าล้านเหรียญสหรัฐครับ


2. Amway

บริษัทชั้นอาจารย์ของตลาดกลุ่ม MLM ต้องยกให้แอมเวย์ครับ ถึงแม้เป็นเบอร์สองของโลก แต่ในเมืองไทยแอมเวย์ครองแชมป์มาได้ตลอด

3. Natura Cosmeticos

อันดับ 3 คือ เนทูร่า คนไทยไม่รู้จักเพราะไม่ได้เปิดในเมืองไทยครับ เป็นขายตรงชั้นเดียว ที่มีผลิตภัณฑ์หลายหลายหนักไปทาง Personal Care เปิดตลาดมาอย่างยาวนาน ปีนี้ประธานบริการ เนทูร่า ได้รับตำแหน่งประธานคนใหม่ของ DSA ด้วย เนทูร่าเป็นบริษัทของบราซิลครับ เปิดตลาดเพียง 7 ประเทศ

4. Vorwerk & Co

อันดับ 4 คือ Vorwerk & Co  เป็นบริษัทขายตรงชั้นเดียวของเยอรมันนีครับ สินค้าคือ Personal Care และผลิตภัณฑ์ความงามเป็นหลัก


5. Herbalife 

อันดับ 5 ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ เฮอบาไลฟ์ ที่หลายคนรู้จักนั่นเอง เป็นบริษัทที่ทำตลาดแบบ MLM ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเสริมและโภชนการเป็นหลัก ทุกประเทศของเฮอบาไลฟ์ยังคงเติบโตต่อเนื่อง กว่า 3 พันล้านเหรียญต่อปี แต่คนไทยมักงงว่า เฮอบาไลฟ์เนี่ยนะ!!! เพราะที่เห็นรูปแบบการทำตลาดในไทยที่เราไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร ไม่ใช่ความผิดของบริษัทเค้าครับ นักธุรกิจหรือแม่ทีมเองที่คิดค้นวิธีการที่ดูไม่ค่อยจะสวยงาม ทำให้ภาพเฮอบาไลฟ์ไทยไม่ดีนัก ผิดกับต่างประเทศเค้าทำกัน ! กลุ่มนี้ออกไปทำบริษัทอเมริกาแห่งหนึ่งไปแล้วครับ (ขอบคุณนะครับที่ท่านไม่มาทำโมนาวี) สู้ๆครับเฮอบาไลฟ์เมืองไทย!!!

6. Mary Kay 

อันดับที่ 6 เจ้าแม่เครื่องสำอางค์โลกที่ไม่ได้ทำตลาดในเมืองไทย แต่ผมเชื่อว่าคนไทยหลายท่านรู้จักดีครับ แมรี่ เคย์  นั่นเอง  เป็นระบบการตลาดแบบขายตรงชั้นเดียว ที่ถือว่าแบรนด์ดังไปทั่วโลกเลย

7. Tupperware Brands

อันดับ 7 คนชอบสับสนแบรนด์นี้กับแบรนด์ไทยอีกแบรนด์หนึ่ง นี่คือเจ้าพ่อกล่องกับข้าวทัพเปอร์แวร์ จากอเมริกานั่นเอง ทำตลาดอยู่ในเมืองไทยมานานแล้วครับในรูปแบบขายตรงชั้นเดียว

8. Oriflame Cosmetics

อันดับ 8 ออลิเฟลม ความงามแห่งสวีเดนนั่นเอง เคยมีคนไทยซื้อแฟรนไชด์เค้าเข้ามาทำตลาดเมืองไทยแบบขายตรงชั้นเดียวครับ ที่เราเห็นตอนนี้คือบริษัทมาดำเนินธุรกิจเองแล้วในรูปแบบ MLM คล้ายแอมเวย์ครับ ผลิตภัณฑ์มีมากมายในกลุ่ม Skin & Personal Care  และแตกไลน์ไปในกลุ่มอาหารเสริมด้วย
ทำตลาดมายาวนาน ยอดขายในกว่า 60 ประเทศ เกือบแตะ 2 พันล้านเหรียญต่อปีแล้วครับ

9. Forever Living 

อันดับ 9 บริษัทอเมริกันที่เก่าแก่แห่งนึงในตลาดเมืองไทยด้วย เป็นระบบ MLM ครับ ทีมงามถามว่ามีด้วยเหรอกวินบริษัทนี้ในไทย? มีครับยังเปิดทำตลาดอยู่ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วอโลเวร่า รอยัลเจลลี่เค้ามีชื่อเสียงทีเดียว ถึงแม้ตอนหลังจะเงียบๆไปเพราะขาดการพัฒนาใหม่ๆ  แต่ยอดขายทั่วโลกยังอยู่ที่ 1 พันกว่าล้านเหรียญต่อปีครับ

10. Nu Skin Enterprises
อันดับ 10 ถ้าพูดถึงแบรนด์ SKINCARE ในฝั่งของ MLM ที่ครองใจคนทั่วโลก ก็ต้องนี่เลยครับ นูสกิน นั่นเอง ในประเทศไทย นูสกินเปิดมายาวนาน และมียอดขาย TOP 10 ของไทยมาโดยตลอด พี่ท่านนึงที่ผมรู้จักบุกเบิกตลาดกับนูสกินมาตั้งแต่นูสกินเมืองไทยยังตั้งไข่เหมือนโมนาวีเราตอนนี้  มาถึงวันนี้ท่านมีรายได้รวมกับนูสกินมากกว่า 300 ล้านบาทไปแล้วครับ  ปรบมือให้นูสกินครับ!!!!

11. Primerica

อันดับ 11 เป็นบริษัทอเมริกันที่มีผลิตภัณฑ์เป็นกลุ่มการให้บริการทางการเงิน ในระบบขายตรงชั้นเดียวคล้ายๆประกันชีวิตครับ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมยอดจำหน่ายสูงจัง ไม่มีสาขาในเอเชียเราครับ


12. POLA Inc.

อันดับที่ 12 โพลา เจ้าแม่เครื่องสำอางค์จากญี่ปุ่นที่คนไทยรู้จักมานานครับ  เป็นขายตรงแบบชั้นเดียวและขายแฟรนไชน์ศูนย์ให้บริการความงาม โพลามียอดขายที่ดีมาตลอดครับ ปีที่ผ่านมานี่กว่า 1 พัน 3 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว ช่วงหลังนี้มีการรุกสร้างแบรนด์ด้วยการใช้สื่อโฆษณาทีวีในเมืองไทยแล้ว


13. Miki Corporation

อันดับที่ 13 เป็นบริษัทขายตรงชั้นเดียวของประเทศญี่ปุ่นครับ สินค้ามีเครื่องสำอางค์และอาหารเสริมสมุนไพร และกลุ่ม Personal Care

14. Ignite 


อันดับที่ 14 เป็นบริษัท MLM ของอเมริกา  บริษัทนี้ไม่ได้เปิดในเมืองไทย ผลิตภัณฑ์ดูจะแตกต่างเสียหน่อยครับ เป็นกลุ่มการให้บริการสร้างพลังงาน ( Energy service deregulation )

15. Melaleuca Inc.


อันดับที่ 15 บริษัท MLM ที่มีสินค้ามากมายหลากหลายน้องๆแอมเวย์เลยทีเดียวครับ แมลาลูค่า เป็นบริษัทที่ทำตลาดมาอย่างยาวนาน เปิดตลาดในหลายประเทศครับในเอเชียเรานี่ก็มาก แต่ไม่ได้เปิดสาขาในเมืองไทย เคยมีคนพูดว่าแมลาลูค่าจะเป็นคู่แข่งตัวจริงของแอมเวย์เลยทีเดียว ช่วงแรกก็เปล่งประกายดีทีเดียวแต่น่าเสียดาวที่พักหลังมานี่แมลาลูค่า มีพัฒนาการที่ลดลงเหมือนนิ่งอยู่กับที่  นี่คือสิ่งสำคัญเลยที่ว่าต้องทำให้บริษัทสินค้าและธุรกิจและการทำตลาด ดูสดใหม่ทันต่อโลกอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามแมลาลูค่าก็ยังเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทยอดขายพันล้านเหรียญต่อปีครับ

16. Omnilife

อันดับ 16 ออมนิไลฟ์ บริษัทเก่าแก่บริษัทหนึ่งในวงการ MLM ผลิตภัณฑ์เป็นกลุ่ม อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ Personal Care ครับ ไม่ได้เปิดตลาดในบ้านเรา

17.  MonaVie LLC

อันดับที่ 17 ของโลก ไม่ใช่ใครครับ โมนาวีของเรานั่นเอง โมนาวีเป็นบริษัทอเมริกัน ที่สามารถขึ้นมาอยู่ในกลุ่มบริษัทรุ่นพี่ระดับพันล้านเหรียญสหรัฐได้สำเร็จมาถึง 4 ปีแล้วครับ ในขณะที่ยังเป็นสาวน้อยโมนาวีที่มีอายุเพียง 7 ปีเท่านั้นในตลาดโลก ที่น่าสนใจคือ โมนาวี ถึงแม้เป็นอันดับที่ 17 ในวงการการตลาดตรงโลกที่มียอดขายระดับพันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไล่มาจนถึงอันดับนี้ โมนาวีเป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียวในกลุ่ม ที่ใช้ระบบ การตลาดแบบเครือข่าย และใช้แผนแบบ BINARY (2สายงาน)  ถ้าเปรียบเทียบอายุ ปริมาณสินค้า ความแตกต่างในการทำตลาด และแผนการจ่ายผลตอบแทนที่โมนาวีใช้ ต้องบอกว่าหากเรามองอนาคตไปเป็น 10 - 20 ปีข้างหน้าเมื่อโมาวีมีอายุเท่าๆกับบริษัทพี่ๆที่อยู่อันดับบนๆนี้ บวกกับการสร้างแบรนด์เชิงรุกที่กำลังรันไปทั่วโลก บอกได้คำเดียวว่าขนลุกครับ ปรบมือให้โมนาวีครับ!!!

18. - 23  

อันดับที่ 18 - 23 เป็นบริษัทขายตรงและMLM ที่ไม่ได้เปิดในไทย ขออนุญาตเว้นไปนะครับ อันดับนับจากนี้จนถึงอันดับ 100 จะหยิบยกมาเฉพาะบริษัทที่เปิดในเมืองไทยหรือน่าสนใจและผมอยากให้ท่านได้ทำความรู้จักไว้  หากไม่มีในนี้นั่นก็หมายความว่ามียอดจำหน่ายน้อยมากจนไม่ติดอันดับ บริษัทที่ต่ำกว่า 100 อันดับแรกจะมียอดขายไม่เกิน 100 ล่านเหรียญ ต่อปีเท่านั้นครับ

24. USANA Health Sciences Inc.

อันดับที่ 24 เปิดดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานครับ มีชื่อเสียงด้านอาหารเสริมและเป็นแม่แบบของ Birary ของโลกมานาน นั่นคือ ยูซาน่า นั่นเอง  ต้องถือว่ายูซาน่าครองแชมป์ไบนารี่เบอร์ 2 ของโลก ด้านยอดขาย รองจากโมนาวี และทั้งโมนาวีและยูซาน่า ก็เป็นเครื่องพิสูจน์คุณภาพของบริษัทที่ใช้แผนแบบ Binary ที่มีคุณภาพและศักยภาพได้เป็นอย่างดี ยูซาน่ามียอดจำหน่ายปีที่ผ่านมากว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ข่าวแว่วมาว่ากำลังจะเปิดตลาดในเมืองไทยเช่นกันครับ

25. Tiens

อันดับที่ 25 เปิดในเมืองไทยมาสักระยะหนึ่งแล้ว สำหรับบริษัท MLM ที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 20ปี  พร้อมกับกว่า100 สาขาในตลาดโลก นั่นคือ เทียนส์ บริษัทจากแดนมังกร ที่มีสินค้าหลากหลาย ทั้งกลุ่มอาหารเสริม Skin Care หรือ Personal Care มีโรงงานขนาดใหญ่หลายแห่ง

30. Tahitian Noni 

อันดับที่ 37 นั่นคือ ตาฮิเตียน โนนิ บริษัทอเมริกัน ที่ทำตลาดด้วยระบบการตลาดแบบเครือข่าย ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากลูกยอ มีสำนักงานสาขากว่า 40 ประเทศ   ต้องขอปรบมือให้กับ TNI ในเมืองไทย ถึงแม้ในช่วงที่เกิดปัญหาการเมืองภายใน มีการยกทีมนักธุรกิจออกไปค่ายอื่น แม้ในยามที่ยอดขายตกต่ำถึงขีดสุด TNI เมืองไทย ยังคงยืนหยัดอยู่ จนถึงวันนี้ที่หวลกลับมาฟื้นและพัฒนาอีกครั้ง นี่คือจุหนึ่งที่แสดงความั่นคงของบริษัทอเมริกันคุณภาพ ที่มีสัจจะไม่เปลี่ยนแปลงคือต่อให้เกิดอะไรขึ้นเค้าจะไม่ปิดสาขาใดของเค้าในตลาดให้กระทบต่อภาพลักษณ์ความมั่นใจโดยเด็ขาด บริษัทคนไทยหลายบริษัทที่มาแบบโชว์ความมั่นคง สุดท้ายไม่รู้จริงในธุรกิจ เจอพิษนิดหน่อยถอดใจปิดบริษัททิ้งคนไทยด้วยกันไป ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างครับ  10กว่าปีแล้ว สำหรับ TNI เมืองไทย ขอปรบมือให้ TNI และผมกวินเป็นกำลังใจให้ครับ!!!

37. Nature’s Sunshine Products Inc.

อันดับที่ 37 นั่นคือ เนเจอร์ซันไชน์ ชื่อนี้คนไทยอาจไม่คุ้นหู แต่หากเราพูดถึง ซินเนอร์จี้ นี่คือบริษัทแม่ของซินเนอร์จี้ครับ เป็นบริษัท MLM ที่ก่อตั้งขึ้นมาหลายสิบปีพร้อมกับความเชียวชาญด้านอาหารเสริมจากสมุนไพร 

44. Cosway

อันดับที่ 44 คอสเวย์น่าชื่นชมในฐานะบริษัทมาเลเซีย อันดับ 1 ที่มาติดอยู่ในชาร์ตนี้ครับ ทำตลาดในรูปแบบ MLM บวกเครือข่ายแฟรนไชน์ ในเมืองไทยได้เปิดดำเนินธุรกิจมาสักระยะหนึ่งแล้ว

47. Neways

อันดับที่ 47 นิวเวย์ ขายตรง เก่าแก่ของโลกแห่งหนึ่ง เติบโตมากที่ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของเดิมคือ ทอม โมเวอร์ ได้เทคโอเวอร์กิจการไป ก่อนก่อตั้งเป็นเป็น ประธานบริษัท Sisel ในปัจจุบัน

48. XANGO, LLC

อันดับที่ 48 ใครจะเชื่อว่ามังคุดไทย กลายไปเป็นแบรนด์ยอดขายระดับโลกให้กับบริษัทอเมริกันอย่าง แซงโก้ นั่นเอง  แซงโก้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และ Personal Care จากสารสกัดเปลือกมังคุดที่มาจาก ภูเก็ตของเรา จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ทำตลาดในรูปแบบ ธุรกิจเครือข่าย แผน Uni -level ครับ ปรบมือให้มังคุดไทยครับ!!!!


59. Nikken

อันดับที่ 59 หากใครนึกถึงที่นอนแม่เหล็กเมื่อสมัย 10 กว่าปีก่อนที่โด่งดังได้ ใช่แล้วครับ นิคเคน จากญี่ปุ่นนั่นเอง นิคเคนเป็นบริษัท MLM เก่าแก่ ที่มีสาขามากมาย แต่อย่างที่ผมกล่าวบ่อยๆว่า ธุรกิจ MLM หรือ ธุรกิจเครือข่ายก็ตาม ผลิตภัณฑ์ดีและต้องเกิดการบริโภคซ้ำซื้อซ้ำได้ เราคงไม่ได้ซื้อเตียงกันเดือนละครั้ง นั่นคือเหตุผลของภาวะการทรุดตัวลงของนิคเคน มาจนถึงการปิดตัว นิคเคสาขาประเทศไทย เมื่อไปถึง 2 ปีที่ผ่านมานี้ !!!!  นี่น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจเราในฐานะผู้ทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี ว่าควรพินิจอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจเลือกบริษัท

62. 4Life Research L.C.

อันดับที่ 62 โฟร์ไลฟ์ ที่มีผลิตภัณฑ์ดังอย่าง Transfer Factor ในด้านกลุ่มภูมิค้มกัน ทำตลาดในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยในระบบการตลาดแบบเครือข่ายครับ 


72. Sportron

อันดับที่ 72 คนไทยอาจคุ้นหูครับ สปอร์ตตรอน  เป็นบริษัทอเมริกัน แต่สำหรับสาขาในบ้านเรานั้น เป็นคนไทย คือคุณ นพดล ได้ซื้อแฟรนไชน์มาเปิดในไทยและอาเซียน ในชื่อ สปอร์ตตรอนเอเชีย ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น อารากอน และเปลี่ยนแผนเป็นระบบ Binary ในปัจจุบัน

77. Giffarine Skyline Unity 

อันดับที่ 77 นี่น่าภูมิใจมากสำหรับเราคนไทย   กิฟฟารีน ที่คนไทยรู้จักกันดีนั่นเอง บริษัท MLM ของไทย บริษัทแรกและบริษัทเดียว ที่อยู่ในชาร์ตนี้ระดับโลกนี้ครับ กิฟฟารีนเป็นแบบอย่างที่ดีในกลุ่ม MLM ที่พิสูจน์ความสำเร็จอย่างสวยงามแล้ว ขอขอบคุณประสบการณ์ที่ดีจากกิฟฟารีน ผมขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ หมอต้อย สร้างบ้านสีฟ้าให้ยิ่งใหญ่ต่อไปครับ

83. Unicity Networks

อันดับที่ 83 เป็นบริษัทที่ทำยอดขายได้ดีมากในบ้านเรา นั่นก็คือ ยูนิซิตี้นั่นเอง เป็นบริษัทอเมริกัน ที่มีชื่อมายาวนานตั้งแต่สมัย เร็กซ์ซอล ควบรวมกิจการกับ เอ็นริช จนมาเปลี่ยนยูนิซิตี้ เปลี่ยนมือประธานบริหารมาหลายครั้ง ทำตลาดในรูปแบบ MLM ปีที่ผ่านมามียอดจำหน่ายทั่วโลก 1ร้อยล้านเหรียญสหรัฐ


92. Agel Enterprises

อันดับที่ 92 เคยโด่งดังเป็นกระแสร้อนแรงในบ้านเราเมื่อ 3 ปีที่แล้ว นั่นคือ อาเจล หรือ เอเจล นั่นเอง ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเสริมรูปแบบเจล เป็นธุรกิจเครือข่ายที่ใช้แผนแบบ Binary ด้วยปัญหาทางการเมืองภายใน และการบริหารจัดการ ทำให้อาเจลต้องต่อสู้กับปัญหามาหลายระลอก ก็ต้องเอาใจช่วยอาเจลต่อไป ปัจจุบันมียอดจำหน่ายอยู่เพียง 80ล้านเหรีญสหรัฐครับ



มาถึงตรงนี้คงเคลียร์คำถามแล้วที่เราค้างคาใจ และผมเชื่อว่านี่คือชาร์ตที่เชื่อถือได้มากที่สุดเพราะวัดจากบริษัททั่วทั้งโลก และมาจากตัวเลขยอดผลประกอบการที่ขอมาจากแต่ละบริษัท อย่างไรก็ตามผมไม่อยากมุ่งหวังให้สมาชิกทีม Win Power ที่กำลังอ่านอยู่นำตรงนี้ไปใช้ในเชิงลบ โจมตี บริษัทอื่นๆ แต่ให้นำไปเป็นพลังกำลังใจ ใช้ในเชิงสร้างสรรค์ หรือให้ข้อมูลถ่ายทอดต่อผู้มุ่งหวังที่อาจมีข้อโต้แย้งจากการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในการจัดอันดับแปลกๆที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ วันนี้เชื่อว่าทุกท่านคงภูมิใจที่เราได้ร่วมงานกับบริษัทการตลาดเครือข่าย และใช้แผนการจ่ายผลตอบแทนแบบ ไบนารี่ ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของโลก นั่นคือ "โมนาวี" และผมเชื่อว่าหากเราร่วมกันแบ่งปันโอกาสนี้ไปยังผู้อื่นให้มากที่สุด และส่งเสริมช่วยเหลือทีมงานให้ประสบความสำเร็จมากที่สุด ด้วยวิธีการที่ถูกต้องและมีจริยธรรม เราก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการส่งเสริม "ต้นไม้แห่งชีวิต" นี้ให้มียอดจำหน่าย และการเติบโตอย่างน่าภูมิใจร่วมกับบริษัทต่อไปครับ ขอให้ทุกท่านสนุกและมีความสุขกับกับแบ่งปันโอกาสด้วยยานพาหนะที่ดีที่สุดของเรา " MonaVie" Number 1 Binary in the world  !

ขอบคุณที่มาของของมูลที่ดีที่ได้นำมาแบ่งปันกันครับ http://www.directsellingnews.com และหนังสือพิมพ์ลีดเดอร์ไทม์ ซึ่งฉบับนี้ลงเรื่องราวของโมนาวีและ WIN POWER ของเราด้วยนะครับ อย่าลืมหาซื้ออ่านครับ

Fly To The Winner Together













กวิน วัฒนเศรษฐ์สิริ
1st MonaVie Thailand Founding Distributor
Win Power Founder & Trainer

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น